Delhi-Aurangabad Mumbai 3N5D Feb-May 2018 3 Night 5 Day

 

ถ้ำมรดกโลก ออรังกาบัด

ถ้ำอชันต้า เอลโลร่า ทัชมาฮาลจำลอง 5 วัน 3 คืน โดยสายการบิน…แอร์อินเดีย

กำหนดการเดินทาง : เดือน กุมภาพันธ์ –  พฤษภาคม 2561

วันแรก     กรุงเทพ – เดลลี – ออรังกาบัด

06.30 น.   คณะเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4  เคาน์เตอร์ W

                  ประตู10  สายการบิน แอร์อินเดีย เพื่อเตรียมตัวเช็คอิน

08.50 น.   นำท่านเหิรฟ้า ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบิน AI 333

บริการอาหารและเครื่องดื่ม พักผ่อนบนเครื่อง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.)

12.05 น.   คณะถึงสนามบินอินทิรา คานธี (เวลาอินเดียช้ากว่าไทย1.30 ชม.) หลังรับสัมภาระ

จากนั้นนำท่านเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อรอต่อเครื่องไปออรังกาบัด

17.50 น.   เหิรฟ้าสุ่ ออรังกาบัด โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 441

19.35 น.   คณะเดินทางถึงสนามบินภายในประเทศเมืองออรังกาบัด หลังรับสัมภาระและผ่านพิธีการตรวจคนเข้า                   เมืองเรียบร้อยแล้ว

เย็น         บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

Ajanta Ambassador Hotel  หรือเทียบเท่า 4 Star

 

วันที่สอง   ออรังกาบัด (อะชันต้า)

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

โปรแกรมของวันนี้คือการเดินทางเที่ยวชม ถ้ำอะชันต้า แบบเต็มวัน   พาทุกท่านออกเดินทางสู่

ถ้ำอะชันต้า โดยรถโค้ช ปรับอากาศ (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชม)

เที่ยง        บริการอาหารกลางวัน ณ ….  ในเมืองออรังกาบัด จากนั้นนำท่านสู่ ถ้ำอะชันตา ที่ยิ่งใหญ่ ชมความ                      อลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นโดยแรงบันดาลใจจากศาสนาพุทธ โดยเจาะเป็นปราสาท                        ขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ค้นหาความมหัศจรรย์ของสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8                      ของโลก ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ณ “ถ้ำอะชันต้า” พุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินหุบเขา                      เหนือแม่น้ำวโฆระ เป็นศูนย์กลางสำนักปฎิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาพุทธศตวรรษที่ 7-13 สืบ                      เนื่องนานกว่า600 ปี ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่า และมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนาย                      ทหารอังกฤษ ภายในถ้ำขนาดมหึมากว่า30ถ้ำที่ถูกขุดเจาะด้วยฝีมือมนุษย์สลักเสลาเป็นเสาประดับ                      ลวดลายอันงดงาม พระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัด และตบแต่งขึ้นจากหินชิ้นเดียวกับพื้นและผนังถ้ำ                  ภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติอันน่า                    อัศจรรย์พระพุทธรูปศิลาที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุม จะทำให้ท่าน                  พิศวง ประทับใจไม่รู้ลืม (ถ้ำอะชันตา จะปิดทุกวันจันทร์)

เย็น          บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

       Ajanta Ambassador Hotel  หรือเทียบเท่า 4 Star

วันที่สาม   ออรังกาบัด (ถ้ำเอลโลร่า)

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม  นำท่าน Check Out ออกจากโรงแรม

09.00 น.   นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที)  ชมความงามที่ยิ่ง                        ใหญ่  ของถ้ำ 34 ถ้ำ ซึ่งเป็นของพุทธสถาน 12 ถ้ำ เทวสถานในศาสนาฮินดู 14 ถ้ำ และ

ศาสนสถานของเชนอีก 8 ถ้ำ เกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา นมัสการ                     พระพุทธรูปอายุกว่า 1,200 ปี ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามของเหล่าทวยเทพทั้งหลายไม่ว่าจะ                   เป็นรูปองค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณตลอดทั้งเหล่านางเทพอัปสร                       และอีกมากมายสุดที่จะบรรยาย

(ถ้ำเอลโลร่า จะปิดทุกวันอังคาร)

บ่าย         บริการอาหารกลางวัน ณ ….  ในเมืองออรังกาบัด และนำท่านชมตัวเมืองออรังกาบัดชม ทัชมาฮาล                    จำลอง (Bibia Maqbara) ซึ่งหมายความว่า สุสานแห่งท่านหญิงหรือเรียกอีกอย่างว่า ทัชมาฮาล                   แห่งมณฑลภาคใต้ (DeccaniTaj) อาจจะเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจที่ได้มารู้ว่าอินเดียไม่ได้มี

ทัช มาฮาล แค่แห่งเดียวที่เมืองอัครา แต่ยังมีอีกแห่งที่ออรังกาบัดอีกด้วย ทัชมาฮาลแห่งที่สองนี้ตั้ง                     อยู่ห่างจากตัวนครออรังกาบัดออกไปเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดินี                   ราบิยะ อุด-ดูรานี (Rabia ud-Durani) หรือดิลราส บานู เบกุม (Dilras Banu Begum) ในจักรพรรดิ                     ออรังเซ็บ ซึ่งสร้างขึ้นโดยเจ้าชายอะซาม ชาห์ (Azam Shah) พระราชโอรส ในระหว่างปี 1651 ถึง                         1661 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระมารดาของตน โดยมีอะตา อุลละห์ (Ata-ullah) เป็นสถาปนิก และหัน                       สปัต ไร  (Hanspat Rai) เป็นวิศวกร บีบี กา มาคบารา ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งตกแต่งให้เป็นสวนแบบโมกุล                   ชะร์ บาค (Mughal Charbagh) คือ จะมีอาคารสุสานอยู่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยสวนหย่อม 4 สวน                   การจะเข้าไปในพื้นที่สุสานนั้นจะต้องเข้าทางทวารบททรงหกเหลี่ยมทางด้านทิศใต้ ถัดจากทวารบท                   เข้ามาจะเป็นบาทวิถี ซึ่งขนาบด้วยแผงกันหินอ่อนที่แกะสลักเป็นลายรวงผึ่งต่อเนื่องกันตรงกลางบาท                   วิถีจะเป็นสระน้ำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กที่ทอดตัวไปตามความยาวของบาทวิถี โดยจะมีน้ำพุขึ้น                   มาเป็นจุดๆ ข้างแผงหินอ่อนทั้งสองข้างก็จะมีต้นสนไซปรัสเรียงรายอยู่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่                           สนามบินออรังกาบัด

เย็น          บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

20.20      ออกเดินทางสู่มุมไบ โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 441

21.30       คณะถึงสนามบินในประเทศเมืองมุมไบ หลังรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

เพื่อรับประทานอาหารค่ำ จากนั้นพาทุกท่านนั่งรถออกเดินทางเที่ยวชม แสง สี เสียง ยามค่ำคืน ของ                     เมืองมุมไบ

                Kohinoor Continental หรือเทียบเท่า 4 Star

 

วันที่สี่       มุมไบ 

07.00 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม  นำท่าน Check Out ออกจากโรงแรม

09.00 น.   นำท่านเดินทางสู่ จากท่า Gate Way Of India  ออกเดินทางสู่  ถ้ำช้าง  (Elephanta                                Cave)   (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) 

10.00 น.   นำท่านชม ถ้ำช้าง อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่ถ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจาก                    ภูเขาแถวนี้ไม่ใช่หินปูน และไม่เคยมีถ้ำมาก่อนดังนั้น ถ้ำทุกๆห้อง เกิดขึ้นจาก “ฝีมือมนุษย์” ขุดเจาะ                      ไว้เมื่อพันกว่าปีก่อน ประวัติของถ้ำแห่งนี้ ย้อนหลังยาวนานไปถึงช่วงราวพ.ศ.1000 กษัตริย์ราชวงศ์                      ไตรกูฏกะ ที่ปกครองดินแดนที่ราบสูงเดคข่านตะวันตก ได้สร้างสรรค์ถ้ำมหัศจรรย์แห่งนี้ขึ้น เพื่ออุทิศ                    ถวายเป็นเทวสถานแด่องค์พระศิวะ….(ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อาณาจักรขอมยังไม่เกิด).. .เนื่องจากตรง                    นี้เป็นภูเขาหินล้วนๆ นายช่างยุคนั้นจึงใช้กำลังคนจำนวนมาก พร้อมทั้งสิ่วและค้อนรวมไปถึงอุปกรณ์                    โลหะต่างๆที่หาได้ ค่อยๆขุดภูเขาหินนี้ทีละขั้นทีละตอน จนกระทั่งเริ่มกลายเป็นอุโมงค์โถงถ้ำใหญ                      โต จากนั้นก็ลงมือ “ตกแต่งภายใน” ให้กลายเป็นเสาหินลายริ้วๆ เป็นผนังสลักเล่าเรื่องเทพเจ้า เป็น                      คูหาใส่พระศิวลึงค์สุดแต่จะจินตนาการได้ จนกลายมาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ให้คนยุคใหม่อย่างเราได้ทึ่ง                      จนถึงทุกวันนี้ ได้เวลานำท่านเดินทางกลับ

เที่ยง         บริการอาหารกลางวัน ณ …. 

บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ วัดสิทธิวินายัก เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมุมไบ และเป็นวัดที่ นักแสดง                           นักการเมือง และ    ผู้มีชื่อเสียงในอินเดียให้ความศรัทธาเป็นอย่างมาก ชาวอินเดียมีความเชื่อว่าครั้ง                     หนึ่งในชีวิตหากมีโอกาสก็จะต้องเดินทางมาสักการะพระสิทธิวินายัก อวตารปางหนึ่งของพระพิฆเนศ                   อธิษฐานขอพรจากท่านดังใจต้องการ แล้วนำท่านชมตัวเมืองมุมไบเมืองที่เต็มไปด้วยความหลาก                         หลายจากนั้นสู่ย่าน ช้อปปิ้ง ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองเป็นของฝากตามอัธยาศัย

19.00 น.  บริการอาหารค่ำ ณ

นำท่านเดินทางสู่สนามบินมุมไบ เพื่อเช็คอิน เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ

วันที่ห้า     มุมไบ  กรุงเทพ ฯ

 

01.45 น.   ออกเดินทางสูกรุงเทพ โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 330

07.20 น.   คณะถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

****************************

Price: ฿39,900 p/person
From: 01-02-2018 to: 31-05-2018
Download PDF